วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ตามฮอยนาพิน


ตำนานหมู่บ้านนาพิน
  ตำบลนาพิน
อำเภอตระการพืชผล        จังหวัดอุบลราชธานี
เรียบเรียงโดย หลวงตา   มหาคำแดง  ฐานะทัดโต เจ้าอาวาสวัดคัมภีราวาส
จัดพิมพ์โดย :นางสาวกรกมล  พึ่งบารมี   ;   19 กุมภาพันธ์ 2551


           การที่เรียบเรียง   หนังสือประวัติบ้านนาพิน  ขึ้นมา  เพื่อสืบทอดความเป็นมา  ของตำบลนาพิน
 อำเภอตระการพืชผล    จังหวัดอุบลราชธานี    ให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา  ประวัติความเป็นมา  ของบ้านนาพิน 
 และเป็นหลักฐานทางหมู่บ้าน  ตำบลนาพินไว้สืบไป 
       ข้าพเจ้าได้เห็นคุณค่าของตำนานที่บรรพบุรุษเล่าขานกันมาแต่ยังเยาว์วัย  ที่บรรพบุรุษได้สร้างบ้านจนตำนานนับร้อยปีมาแล้ว   ข้าพเจ้าได้เรียบเรียงจากหนังสือเก่าของ  หลวงตามหาคำแดง  ฐานะทัดโต ซึ่งเป็น  บิดาของข้าพเจ้า และได้ศึกษาจากคนเฒ่าคนแก่ในหมู่บ้านอีกหลายท่านที่ไม่ได้เอ่ยนาม   และหนังสือเล่มนี้ จัดพิมพ์ขึ้นมาได้   เพราะได้รับการสนับสนุน  จาก   
                                                      1.   หลวงตามหาคำแดง   ฐานะทัดโต  เจ้าอาวาสวัดคัมภีราวาส หมู่  1
                                                      2.  นางสาวกรกมล  พึ่งบารมี   ผู้เรียบเรียงและค้นคว้า ประวัติบ้านนาพิน
นี่คือที่มาของหนังสือ   ตำนาน  ตำบลนาพิน   ข้าพเจ้าหวังว่า  หากท่านผู้อ่านเห็นความดีของหนังสือเล่มนี้บ้าง  ข้าพเจ้าขออุทิศความดี  ทั้งหมดเป็นเครื่องบูชาพระคุณต่อบรรพบุรุษผู้สร้างบ้านแปลงเมืองไว้ให้ลูกหลานไทย  ต่อๆมาได้อยู่ร่มเย็นเป็นสุข ตราบเท่าทุกวันนี้ 
  ข้าพเจ้าขอคารวะและขอบคุณท่านผู้อ่านทุกท่านไว้ ณ โอกาสนี้ 
                                                                กรกมล     พึ่งบารมี
บทนำ 
        หนังสือเล่มนี้   เล่าถึงตำนาน  ของตำบลนาพิน   เป็นคำบอกเล่า  ของหลวงตามหาคำแดง  ฐานะทัดโต (คำแดง  พึ่งบารมี)
เจ้าอาวาสวัดคัมภีราวาส  บ้านนาพิน หมู่ที่  1  ตำบลนาพิน  อำเภอตระการพืชผล   จังหวัดอุบลราชธานี  ซึ่งท่านหลวงตาได้เรียบเรียงไว้  เป็นเรื่อง  ตั้งแต่บรรพบุรุษอพยพมาตั้งถิ่นฐาน อยู่ตามริมลำธาร  จนกระทั่ง มาเป็นบ้านนาพิน
            ซึ่งข้าพเจ้าเป็นผู้สืบสายเลือดจากบรรพบุรุษของบ้านนาพินผู้หนึ่ง  จึงขอเขียนตำนานเป็นหนังสือไว้ให้เป็นหลักฐานเพื่อให้บุตรหลานได้ทราบประวัติของบ้านนาพิน  ตำบลนาพิน  อำเภอตระการพืชผล  จังหวัดอุบลราชธานี  สืบไป 
.........................................................................................................................................................................................
คำขวัญตำบลนาพิน
ข้าวเขียวขจี                  มีตำนานเสียงพิณ
                                             ถิ่นสมุนไพรไทย         น้ำคลองไหลตลอดปี
                                             มีเครื่องปั้นดินเผา        เกลือสินเธาว์มากมาย
ก่อนกล่าวถึงตำนานบ้านนาพิน 
         ขอเล่าเรื่องความเป็นมาของนครเวียงจันทร์     เพราะเป็นที่มาของผู้ก่อตั้งบ้านนาพิน    ตามหนังสือบอกเล่าของ
หลวงตามหาคำแดง ฐานะทัดโต   เจ้าอาวาสวัดคัมภีราวาส บ้านนาพิน  ตำบลนาพิน อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี
                                 ………………………………………………………………………………… 
            เมื่อพุทธศักราช    2187   พระเจ้าสุริยะวงศา   เป็นผู้ครองเมืองเวียงจันทร์  ทรงพระประชวรหนัก  พระเทวี กำลังตั้งครรภ์แก่ เจ้าเพี้ยเมืองแสน  คิดกบฏชิงราชสมบัติ  พระเทวี ในพระเจ้าสุริยะวงศา  ได้พาโอรสผู้ยังเยาว์หลบหนีไปพึ่ง พระราชครูหลวงพ่อโพนซะเม็ก   ท่านราชครูจึงให้ศิษย์นำราชโอรส   คือเจ้าองค์หล่อ  ไปฝากไว้  กับพระเจ้าเมืองญวน   (แกว)  ส่วนพระเทวีนั่นให้ไปอยู่ที่ภูชะง้อหอคำกับพวกข่า    เมื่อประสูติพระโอรส  ให้นามว่า  เจ้าหน่อกษัตริย์        
          ส่วนเจ้าเพี้ยเมืองแสน  เมือได้ครองเมืองเวียงจันทร์แล้วก็หาทางกำจัดพระราชครู  หลวงพ่อโพนซะเม็ก  พระราชครู รู้ทันจึงได้พาญาติโยมพร้อม โอรสหน่อกษัตริย์และพระมารดาหนีจากเขตเวียงจันทร์ไปอยู่เมืองเชียงแตง   เขตจำปาศักดิ์ 
         สมัยนั้น  ชาวจำปาศักดิ์   ยกให้หญิงสาวสองพี่น้องเป็นผู้ครองเมือง  คือ  นางเพา กับ นางแพง ที่สืบตระกูลมาจากตระกูลลานช้าง  ที่อพยพมาก่อน   สืบต่อจากพระเจ้าสุทัศนะราช  ผู้ครองเมือง      
 นางเพากับนางแพง  เห็นพระราชครู  มาพักที่ดอนโขง  มีศิษย์และญาติโยมมากหลาย  ก็เลื่อมใสในคุณธรรม  จึง อาราธนา
ให้มาอยู่จำปาศักดิ์และมอบเมือง ถวาย  พระราชครู หลวงพ่อโพนซะเม็ก  มอบให้ศิษย์ผู้ใหญ่ให้ดูแลแทน 
           ต่อมาประชาชนเกิดจลาจล ไม่สงบ      พระราชครูจึงให้เจ้าหน่อกษัตริย์     ขณะนั้นพระชนมายุ  ได้     20  พรรษา
อภิเษกขึ้เป็นเจ้าสร้อยศรีสมุทรพุทธางกรู  เจ้านครจำปาศักดิ์   เป็นเอกราชไม่ขึ้นต่อ นครเจียงจันทร์  ฝ่ายพระราชครูหลวงพ่อโพนซะเม็ก ก็มีอำนาจฝ่ายพุทธจักร  เป็นราชครูประจำราชตระกูลสืบมา  เมื่ออายุ   90   พรรษา ท่านก็มรณภาพ ด้วยโรคชร
ประชาชนเรียกท่านว่า   จ้าราชครูขี้หอม   เพราะเป็นที่เคารพ  ของเจ้าสร้อยศรีสมุทรและศิษย์ทั้งหลาย  เมื่อมรณภาพ    อัฐิส่วนหนึ่งมาก่อเจดีย์   บรรจุ  ณ กำแพงพระธาตุพนม  ยังอยู่จนปัจจุบัน   (ธาตุท่านขี้หอม)
           กล่าวถึงเจ้าองค์หล่อผู้พี่ชายที่อยู่กับเจ้าเมืองญวน  ก็ได้อภิเษกกับเจ้าหญิงญวน  (เป็นลูกเขยแกว )  ได้พระนามใหม่ว่า
 เจ้าองค์เวียด เมื่อได้ครองเมืองญวนจึงได้นำทัพญวนมาตีเมืองเวียงจันทร์  เอาเมืองคืน  จับเจ้าเพี้ยเมืองแสน  ฆ่าเสีย
            ส่วนลูกเขยเจ้าเพี้ยเมืองแสนหลบหนีทันไปขออาศัยอยู่กับ  ทัพพระวอ  พระตา  อ้อนวอน  ขอให้พระวอ  พระตา  ช่วยรบเอาเวียงจันทร์คืนให้    ฝ่ายพระวอ  พระตายังไม่รับว่ากระไร  เจ้าองค์เวียดก็  ทิวงคต  พระวอ  พระตาได้ข่าวจึงพาลูก เขยเจ้าเพี้ยเมืองแสนไปยึดเมืองเวียงจันทร์   อภิเษก  เป็นเจ้าเมืองเวียงจันทร์   พระนามว่า  พระเจ้าสิริบุญสาร
             เมื่อพระจ้าสิริบุญสาร  ได้ครองเมืองเวียงจันทร์แล้ว ทรงตั้ง    ขุน ,เสนา,อามาตย์, เวียง, วัง,คลัง, นา  ไม่ใด้มองผู้มีคุณ
คือ  พระวอ  กับ พระตา   เลย    ฝ่ายพระวอพระตา  เมื่อเหตุการณ์ปกติแล้ว   จึงขอกราบบังคมทูลลากลับบ้านหนองบัวลุมภู  
แต่เจ้าสิริบุญสาร  ไม่อนุญาต  ได้แต่งตั้งพระวอ  พระตาไปรักษาด่านอยู่ บ้านหินโงม  ฝั่งขวาแม่น้ำโขง     พระเจ้าสิริบุญสาร ไม่ทรงวางพระทัย ใน พระวอพระตา คิดกำจัดตัดกำลัง  พระวอ  พระตา   จึงสั่งให้ส่งลูกชายเข้าเป็นทหารและให้




2 ความคิดเห็น: